เรื่องราวความรัก 7 ปี ของ กินจิโระ ชิเงโอกะ อดีตแชมป์โลกมินิฟลายเวต IBF กับ ซากิ แฟนสาววัย 24 ปี กำลังกลายเป็นเรื่องราวไวรัลที่สุดซาบซึ้ง จากที่ทางสารคดีตามติดชีวิต NO MAKE ของรายการ ABEMA Entertainment ได้ออกอากาศเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2025 กินจิโระมีอาการปวดศีรษะและหมดสติหลังขึ้นชกชิงแชมป์โลกคืนจากคู่ปรับเก่าชาวฟิลิปปินส์ ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและได้รับการวินิจฉัยว่ามีเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นดูราอย่างเฉียบพลัน และเขาต้องต่อสู้ระหว่างความเป็นความตายอยู่นานหลายวัน และถึงแม้จะรอดชีวิตด้วยการผ่าตัดเปิดกะโหลกถึง 2 ครั้งในโรงพยาบาลในโอซาก้า และยังต้องย้ายกลับมาโรงพยาบาลเพื่อฟูร่างกายอีกหลายเดือน รวมการรักษาตัวนานถึงกว่า 300 วัน แต่เขาก็ยังคงมีความผิดปกติทางการสื่อสารและการเคลื่อนไหวของซีกซ้าย และต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเป็นส่วนใหญ่ในแต่ละวัน
หลังเกิดเหตุ ซากิซึ่งทำงานอยู่ในจังหวัดไซตามะ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานและย้ายไปจังหวัดคุมาโมโตะเพื่ออยู่เคียงข้างคนรัก โดยเธอเปิดใจว่า
พอคิดว่าจะต้องแยกจากกินจังแล้ว ฉันกลับรู้สึกว่าการต้องอยู่ห่างจากเขานั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า ฉันจึงคุยกับพ่อแม่ว่า ถ้าอย่างนั้น ขอไปอยู่กับกินจังเลยจะดีกว่า
นั่นทำให้เธอเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่อดูแลชายคนรักที่คบหากันมานานถึง 7 ปี
ในช่วงแรก ซากิไม่มีความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วยเลย ทำได้แต่เพียงช่วยย้ายกินจิโร่ขึ้นลงรถเข็นเท่านั้น ทำให้เธอกังวลว่าจะรับมือได้อย่างไรหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เธอจึงตัดสินใจเข้าศึกษาและสอบใบประกาศด้านการดูแลผู้ป่วย จนปัจจุบันได้ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีความรู้เฉพาะทาง และแม้จะต้องดูแลคนรักในช่วงดึกและเช้ามืด แต่เธอก็ยืนยันว่าหนักแน่นว่า
ในช่วงแรก ซากิไม่มีความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วยเลย ทำได้แต่เพียงช่วยย้ายกินจิโร่ขึ้นลงรถเข็นเท่านั้น ทำให้เธอกังวลว่าจะรับมือได้อย่างไรหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เธอจึงตัดสินใจเข้าศึกษาและสอบใบประกาศด้านการดูแลผู้ป่วย จนปัจจุบันได้ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีความรู้เฉพาะทาง และแม้จะต้องดูแลคนรักในช่วงดึกและเช้ามืด แต่เธอก็ยืนยันว่าหนักแน่นว่า
ฉันไม่เคยคิดที่จะพูดว่า ‘เราเลิกกันเถอะ’ เลย
Dขณะที่ ยูได ชิเงโอกะ อดีตแชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวต WBC พี่ชายของกินจิโระ ที่ตัดสินใจแขวนนวมในวัยเพียง 28 ปี เพื่อกลับบ้านเกิดและทุ่มเทเวลาในการดูแลน้องชาย ก็ได้กล่าวถึงน้องชายและคนรักด้วยความซาบซึ้งว่า เขาอยากที่จะสร้างสภาพแวดล้อมให้ทั้งคู่ได้มีความสุข พร้อมทั้งกล่าวว่าเขายอมรับได้ว่าหากวันหนึ่งซากิรู้สึกไม่ไหว และต้องการที่จะย้ายกลับโตเกียว ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า
ถ้าเป็นผมเธอ ผมอาจจะหนีออกไปตั้งนานแล้ว แต่ซากิจังไม่ได้ทำแบบนั้น แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ผมก็ให้ความเคารพเธออย่างมากแล้ว
จากวันที่ชีวิตพลิกผันจนต้องเผชิญความยากลำบาก ความรักของซากิไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้กำลังใจชายคนรักเท่านั้น แต่กลายเป็นการลงมือทำอย่างจริงจัง ทั้งยอมทิ้งงาน ย้ายถิ่นฐาน และเรียนรู้ทักษะในการดูแลผู้ป่วย เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกินจิโระในวันที่เขาต้องการเธอมากที่สุด เรื่องราวของทั้งคู่จึงเป็นภาพสะท้อนของความรักที่พร้อมจะจับมือกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดของชีวิตไปให้ได้
Original Photo Credit: Yudai Shigeoka

