By Boxing-Boy (เรียบเรียงจากบทความของ 澤田 直人 ที่นำเสนอใน www.the-ans.jp เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 69)  

ยูได ชิเงโอกะ อดีตแชมป์โลก WBC รุ่นสตรอว์เวต เปิดใจถึงชีวิตหลังอำลาสังเวียน พร้อมเผยถึงความซาบซึ้งต่อแฟนสาวของ กิงจิโระ ชิเงโอกะ ที่ยอมลาออกจากงาน ไปเรียนหลักสูตรด้านการดูแล และทุ่มเทดูแลน้องชายของตนอย่างเต็มที่

หลังจาก กิงจิโระ ชิเงโอกะ อดีตแชมป์โลก IBF รุ่นมินิฟลายเวต ต้องยุติอาชีพนักมวยจากอาการเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นดูราด้านขวาแบบเฉียบพลัน (Acute Right Subdural Hematoma) และต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อระบายเลือด เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา เขาต้องใช้ชีวิตประจำวันโดยจะต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะย้ายกลับมารักษาและทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลในจังหวัดคุมาโมโตะ โดยใช้เวลารักษาตัวตั้งแต่เกิดเหตุรวมทั้งสิ้นนานถึง 303 วัน ก่อนที่จะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ โดยพี่ชายอย่าง ยูได ชิเงโอกะ ยังคงคอยช่วยดูแลและให้กำลังใจน้องชายของตนอย่างต่อเนื่อง

สิ่งหนึ่งที่ยูไดอยากพูดถึงมากที่สุดคือ แฟนสาวของกิงจิโระ ซึ่งคบหากันมานาน 6-7 ปี ซึ่งเดิมเธอทำงานอยู่ที่โตเกียว แต่ได้ตัดสินใจลาออกและย้ายมาที่คุมาโมโตะเพื่อมาดูแลกิงจิโระ ซึ่งปัจจุบันเขายังต้องได้รับความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน ตั้งแต่การอาบน้ำ การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการจัดตารางชีวิตร่วมกับผู้ดูแลและศูนย์บริการต่างๆ

ที่สำคัญ เธอคนนี้ยังไปเรียนและสอบจนได้ใบรับรองด้านการดูแลผู้ป่วย ก่อนที่จะเข้าทำงานกับหน่วยงานด้านการดูแล เพื่อให้สามารถที่จะมาทำหน้าที่ดูแลกิงจิโระและมีรายได้จากตรงนี้ไปด้วยพร้อมกัน ซึ่งยูไดก็ได้กล่าวถึงเธอด้วยความซาบซึ้งใจว่า

สิ่งที่ผมอยากบอกมากที่สุดคือเรื่องแฟนสาวของกิงจิโระ เธอเป็นคนโตเกียว แต่ยอมลาออกจากงานที่นั่นแล้วมาอยู่ที่นี่ กิงจิโระต้องได้รับการดูแลในชีวิตประจำวันแทบทุกอย่าง การอาบน้ำก็ต้องจัดเวลา ต้องมีเจ้าหน้าที่มาช่วย มีวันที่ต้องไปที่ศูนย์ดูแล และถ้ามีเวลาว่างก็พยายามมาที่คาเฟ่ของผมด้วยกัน ซึ่งเธอก็ได้ไปเรียนจนได้ใบรับรองด้านการดูแลผู้ป่วย และยังได้เข้ามาทำงานกับหน่วยงานเพื่อให้มีรายได้ไปพร้อมกับการใช้ชีวิตในการดูแลกิงจิโระได้ เรื่องแบบนี้มันสุดยอดมากจริงๆ คนที่พยายามมากที่สุดในเรื่องนี้ก็คือแฟนของกิงจิโระ

ยูไดเข้าใจดีว่าการดูแลคนที่จะต้องพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และหากวันหนึ่งแฟนของกิงจิโระรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เขาก็พร้อมที่จะยอมรับการตัดสินใจนั้น

ถ้าวันหนึ่งเธอบอกว่าไม่ไหวกับการดูแลแล้ว ผมก็จะบอกเธอว่า ‘ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา’ และถ้าคิดถึงกิงจิโระเมื่อไรก็แวะมาหาได้เสมอ อยากมาเจอเขาเมื่อไรก็มาได้ เราต้อนรับเสมอ

ยูไดยังบอกด้วยว่า แฟนของกิงจิโระนั้นอายุน้อยกว่าเขาและยังมีชีวิตอีกยาวไกล 
ผมไม่ได้บังคับให้เธอต้องทำ และไม่อยากให้เธอต้องฝืนด้วย เธอเองก็คงอยากทำสิ่งนี้เพื่อกิงจิโระจากใจจริง ที่เธอไปเรียนจนได้ใบรับรอง ผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะเธอเป็นคนตัดสินใจทำด้วยตัวเอง ผมจึงอยากชื่นชมเธอ และผมก็พยายามช่วยไม่ให้เธอเครียด ด้วยการรับงานบางอย่างที่ผมสามารถทำแทนเธอได้

แม้ยูไดจะพยายามลดภาระของคนรอบข้าง แต่สำหรับกิงจิโระ เขายังคงทำหน้าที่ “พี่ชาย” เหมือนเดิม และบางครั้งก็ต้องพูดแรงๆ เพื่อกระตุ้นให้น้องพยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น

ปัจจุบันกิงจิโระยังมีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร ต้องรับประทานอาหารบดและมีขนาดเล็ก บางครั้งเมื่อรู้สึกเหนื่อยก็อยากให้คนอื่นช่วยป้อน ยูไดจึงพูดกับน้องตรงๆว่า “นายทำแบบนี้มันไม่เท่เลย” เพราะต้องการให้น้องพยายามทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด

ทั้งคู่เคยฝึกซ้อมมวยด้วยกันอย่างหนักและคอยผลักดันกันมาตลอด ยูไดเล่าว่า สมัยเป็นนักมวย เมื่อใกล้ถึงขีดจำกัด พวกเขาจะพูดกันว่า “ยังไปได้อีก” หรือ “มาทำด้วยกัน” ก่อนที่จะเพิ่มความหนักของการฝึกขึ้นไปอีก ดังนั้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความท้าทายที่เคยมีบนสังเวียน จึงยังคงถูกนำมาใช้กับชีวิตของกิงจิโระในวันนี้

กิงจิโระยังเดินทางมาที่คาเฟ่ “ชิโนะโนเมะ” คอฟฟี่ ของพี่ชายพร้อมแฟนสาวเป็นครั้งคราว ยูไดพยายามให้น้องได้พบปะผู้คน พยายามพูด ไม่ใช่เพียงแค่พยักหน้าหรือยิ้มตอบ เพราะเขามองว่าการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูได้เช่นกัน

ยูไดเคยวางแผนทำคาเฟ่เป็นอาชีพที่สองหลังเลิกชกอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจอำลาสังเวียนเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด เพราะเขาต้องการสร้าง “สถานที่ที่กิงจิโระสามารถใช้ชีวิตและพบปะผู้คนได้”

แม้เขาจะเคยมีประสบการณ์การทำงานในร้านกาแฟ แต่สำหรับการเปิดร้านของตัวเองเป็นครั้งแรกนั้น เขาตั้งใจเลือกเมล็ดกาแฟจากหลายประเทศ เช่น บราซิล โคลอมเบีย และเอธิโอเปีย พร้อมทดลองคั่วในรูปแบบต่างๆ เพื่อดึงเอกลักษณ์ของเมล็ดแต่ละชนิดออกมา

ถ้าอยากคั่วให้นุ่ม ก็จะได้รสชาติที่นุ่มนวล แต่ถ้าอยากจัดเต็ม ก็จะได้รสชาติที่เข้มข้น มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ ซึ่งก็คล้ายกับการชกมวยนั่นแหละ

นอกจากกาแฟแล้ว ที่ร้านยังมี วานิลลาลาเต้ มัทฉะลาเต้ เบเกิล และคุกกี้ เพื่อให้คนที่ไม่ดื่มกาแฟก็สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการได้ รวมถึงมีแผนที่จะจำหน่ายเมล็ดกาแฟทางออนไลน์ในอนาคต

สำหรับยูไดแล้ว การเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังแขวนนวมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่เขาต้องการแสดงให้น้องชายได้เห็นด้วย

ถ้าวันหนึ่งคนพูดกันว่า ‘หมอนั่นทำได้แค่ชกมวยเท่านั้น’ สำหรับผมมันก็จบแล้ว ผมต้องแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า ทำไมผมถึงเคยเป็นแชมป์โลก และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ผมก้าวไปได้ถึงจุดนั้น

จากสองพี่น้องอดีตแชมป์โลกที่เคยต่อสู้เคียงข้างกันบนสังเวียน ชีวิตวันนี้ของ ยูได ชิเงโอกะ และ กิงจิโระ ชิเงโอกะ ก็ยังคงเดินหน้าต่อ แม้เส้นทางของทั้งคู่จะเปลี่ยนจากสังเวียนมวย มาเป็นการต่อสู้ในชีวิตจริงก็ตาม

Original Photos Credit: Yudai Shigeoka via www.the-ans.jp  
ใหม่กว่า เก่ากว่า