หลังจากเอาชนะ อันโตนิโอ วาร์กัส และคว้าแชมป์โลก WBA รุ่นแบนตัมเวต พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก 3 พิกัดรุ่นน้ำหนักได้สำเร็จ ทาง เจสซี “แบม” โรดริเกซ ก็ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากทั้ง เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ของ Matchroom Boxing และ โรเบิร์ต การ์เซีย เทรนเนอร์ของตนเอง แต่ทั้ง 2 ต่างมองเหมือนกันว่า การชกในไฟต์นี้ เขายังไม่ได้ดึงศักยภาพสูงสุดของเขาออกมาแสดงให้เห็นเลยด้วยซ้ำ
เอ็ดดี้ เฮิร์น เปิดเผยว่าในช่วงแรกที่ร่วมงานกับทีมของโรดริเกซ พวกเขาไม่ได้มองหานักชกรุ่นเล็กๆเพิ่มเติมเลย เนื่องจากในเวลานั้นมีทั้ง โรมัน “ช็อกโกลาติโต” กอนซาเลซ และ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราดา อยู่ในสังกัดแล้ว แต่เมื่อได้เห็นฝีมือของโรดริเกซ พวกเขาก็ตัดสินใจมอบโอกาสให้ทันที โดยไฟต์แรกๆ ที่ทำให้ทุกคนเริ่มจับตามองคือการชกที่เมืองเฟรสโน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของนักชกคนนี้ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2022 เมื่อโรดริเกซตอบรับการขึ้นชิงแชมป์โลกกับ คาร์ลอส คัวดราส แบบกระชั้นชิดเพียงหนึ่งสัปดาห์ และต้องขยับขึ้นไปชกถึง 2 รุ่นน้ำหนักจากที่เตรียมตัวไว้ (108 ปอนด์ เป็น 115 ปอนด์) แม้จะเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ แต่เขากลับเอาชนะคัวดราสและคว้าแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์ฟลายเวตมาครองได้สำเร็จ
เฮิร์นยอมรับว่าตอนนั้นพวกเขาแทบที่จะถูกกดดันให้รับไฟต์ดังกล่าวจาก โรเบิร์ต การ์เซีย ซึ่งเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกศิษย์คนนี้อย่างเต็มที่ เพราะการ์เซียมองออกว่าโรดริเกซเป็นนักชกที่มีพรสวรรค์พิเศษ และหากวันนั้นทีมงานไม่กล้าเสี่ยงรับไฟต์ดังกล่าว พวกเขาก็อาจที่จะไม่ได้เห็นโรดริเกซก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในยอดนักชกของโลกอย่างทุกวันนี้
แม้ปัจจุบันโรดรเกซจะเป็นแชมป์โลก 3 พิกัดรุ่นน้ำหนักแล้ว แต่เฮิร์นเองยังเชื่อว่า แฟนมวยยังเห็นศักยภาพทั้งหมดของของโรดริเกซเพียงประมาณ 50% เท่านั้น เขาระบุว่าการที่นักชกรายนี้มีอายุเพียง 26 ปี ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่ง เพราะยังมีเวลาอีกมากในการพัฒนา และยิ่งขยับรุ่นน้ำหนักเพิ่มขึ้น ก็อาจที่จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
เฮิร์นยังกล่าวอีกว่า เมื่อพูดถึงโอกาสชกกับ นาโอยะ อิโนอุเอะ ในอนาคต นั่นคือความเสี่ยงทางธุรกิจที่ตนจะต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เนื่องจากโรดริเกซนั้นยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ไม่อยากที่จะพลาดโอกาสทองในครั้งนี้ เพราะอิโนอุเอะมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นไปชกรุ่นเฟเธอร์เวตในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ เฮิร์นยังยกย่องโรดริเกซว่าเป็นหนึ่งในนักชกที่ดีที่สุดของโลกแบบปอนด์ต่อปอนด์ในเวลานี้ ร่วมกับ ดมิทรี บิวอล และ จารอน “บูตส์” เอนนิส พร้อมยืนยันว่า ทีมงานของโรดริเกซไม่เคยปฏิเสธไฟต์ใดเลย เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของนักชกคนนี้อย่างแท้จริง
ทางด้านของโรดริเกซเอง ก็ได้กล่าวถึงชื่อเสียงของตนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆว่า เขาไม่รู้สึกแปลกใจนัก เพราะเชื่อมาตลอดว่าสักวันหนึ่งก็จะมาถึงจุดนี้ เพียงแต่ต้องรอโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วเขาก็ยังกล่าวขอบคุณ Matchroom Boxing, เอ็ดดี้ เฮิร์น, โรเบิร์ต การ์เซีย และทีมงานทุกคนที่สนับสนุนเขาตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพนักมวยอาชีพด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น โรดริเกซเผยว่าการที่ได้เป็นแชมป์โลก 3 รุ่นน้ำหนัก และเป็นนักชกคนแรกจากเมืองซานอันโตนิโอที่คว้าแชมป์โลกใน 3 รุ่น ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของตน แต่ในเวลานี้เขาไม่ได้หมกมุ่นกับการสร้างสถิติอีกแล้ว ด้วยเพราะคว้าแชมป์โลกมาครองได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุ 22 ปี เขาเพียงสนุกกับเส้นทางอาชีพของตัวเองเท่านั้น และเชื่อว่ายังมีอะไรที่รอให้เขาพิสูจน์อีกมากมาย
เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายระยะยาว หลังจากเคยบอกเมื่อหลายปีก่อนว่าอยากคว้าแชมป์โลกตั้งแต่รุ่น 112, 115, 118, 122 ไปจนถึง 126 ปอนด์ โรดริเกซตอบว่าเขายังเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะตอนนี้ตนมีอายุเพียง 26 ปี และยังรู้สึกว่าร่างกายของตนยังไม่แข็งแกร่งเต็มศักยภาพที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับว่าร่างกายจะตอบสนองต่อการขยับรุ่นน้ำหนักได้ดีเพียงใด
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงคือเหตุการณ์วุ่นวายเกี่ยวกับการพันมือก่อนการแข่งขันกับ อันโตนิโอ วาร์กัส ในวันนี้ โดย โรเบิร์ต การ์เซีย อธิบายว่าเขาใช้วัสดุรองมือชนิดพิเศษที่นุ่มกว่าปกติ เพื่อช่วยปกป้องมือของนักมวยจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาใช้เป็นประจำกับลูกศิษย์หลายคน
อย่างไรก็ตาม ก่อนการแข่งขัน เจ้าหน้าที่ตรวจอุปกรณ์บางคนมองว่าวัสดุดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนด จึงได้สั่งให้ถอดออก ทั้งที่การ์เซียนั้น พันมือไปเกือบเสร็จแล้ว ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจในตอนแรก แต่ต่อมาฝ่ายตรงข้ามยืนยันว่าพวกเขาเองก็ใช้วัสดุแบบเดียวกัน และในที่สุด ฟรานซิสโก เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกีฬาแอริโซนา ก็เข้ามาตรวจสอบก่อนอนุญาตให้ใช้ได้ตามกฎ
การ์เซียย้ำว่าวัสดุรองมือดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้ต่อยแรงขึ้น หรือเพิ่มโอกาสน็อกเอาท์แต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันนุ่มกว่าวัสดุทั่วไปและมีไว้เพื่อป้องกันมือของนักมวยเท่านั้น นอกจากนั้นเขายังเปิดเผยว่า ได้ขอโทษเจ้าหน้าที่ตรวจอุปกรณ์แล้ว เพราะภายหลังก็เข้าใจว่าทุกคนเพียงแต่ทำหน้าที่ตามกฎระเบียบที่วางไว้เท่านั้น
เมื่อถูกถามถึงคู่ชกคนต่อไปว่าอยากเจอใคร โรดริเกซตอบสั้นๆว่า เขาพร้อมสำหรับทุกทางเลือก และจะปล่อยให้ทีมงานเป็นผู้ตัดสินใจ โดยเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับอาชีพค้ากำปั้นของเขาได้แน่
ปัจจุบัน แฟนมวยที่มองว่า โรดริเกซกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักชกซูเปอร์สตาร์คนสำคัญของวงการมวยโลก และยังมีศักยภาพที่จะสร้างประวัติศาสตร์ได้อีกมากมายในอนาคต
Original Photos Credit: Young Sixtus / X | Fight Club 24/7 / X | Ring Magazine / X | Francisco A. Salazar / X




