By Boxing-Boy

หลังจากที่ทาง "เอล ชูโล" เรเน ซานติอาโก นักชกชาวเปอร์โตริกัน โชว์ฟอร์มที่ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการป้องกันแชมป์โลก WBA และ WBO รุ่นไลต์ฟลายเวต (จูเนียร์ฟลายเวต) ได้สำเร็จ  ด้วยการชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ เหนือต่อ "มาทาดอร์" มาซาทากะ ทานิกุจิ อดีตแชมป์โลก WBO รุ่นมินิฟลายเวต นักชกเจ้าถิ่น ที่สังเวียน โคราคุเอ็ง ฮอลล์ ในกรุงโตเกียว  ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายนที่ผ่านมานั้น 

ล่าสุดเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่งว่า...
ผมรู้สึกดีใจและต้องขอบคุณสำหรับชัยชนะครั้งนี้ เพราะมันเป็นไฟต์ที่ยากมาก ผมจึงต้องทุ่มสุดตัว และต้องแสดงศักยภาพทุกอย่างออกมาให้ได้บนเวที โดยรวมแล้วประสบการณ์ของผมคือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะในไฟต์นี้

แชมป์โลกชาวเปอร์โตริกันยอมรับว่า ช่วงต้นเกมตนเองยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็สามารถปรับแผนการชกได้สำเร็จ
ช่วงแรกผมออกตัวช้าไปนิด แต่โชคดีที่แก้เกมได้เร็ว การได้นับในยกที่ 5 ช่วยให้ผมเริ่มได้เปรียบ เพราะหลังจบยกนี้ผมก็เริ่มคุมเกมได้ทั้งหมด
แม้ในช่วงท้ายๆของการชก ผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่นจะเร่งเครื่องอย่างหนัก แต่ซานติอาโกในวัย 33 ปีก็ยังประคองตัวจนคว้าชัยเอาไว้ได้สำเร็จ
มวยคือกีฬาของนักสู้ และนั่นคือเหตุผลที่ผมเป็นแชมป์โลก เพราะผมคือนักสู้ ผมใส่เต็มที่เสมอแม้ในยกสุดท้าย

ทางด้านของ เฟลิกซ์ "ตูโต" ซาบาลา จูเนียร์ คนโตของ ออล สตาร์ บ็อกซิ่ง โปรโมเตอร์ของซานติอาโก เปิดใจว่า ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้เขาหวนนึกถึงความทรงจำเมื่อ 33 ปีก่อน (1993) ที่เคยพา วิลเฟรโด วาซเกซ มาเอาชนะ ฮิโรอากิ โยโกตะ ป้องกันแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต WBA เอาไว้ได้ที่เวทีแห่งเดียวกันนี้ อีกทั้งรูปเกมก็แทบเหมือนกัน ทั้งการได้นับในยก 5 และชนะคะแนนป้องกันแชมป์โลกเอาไว้ได้ (วิลเฟรโด วาซเกซ รายนี้ เคยเอาแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวต WBA มาทิ้งในเมืองไทย เมื่อปี 1988 ด้วยการแพ้คะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ให้กับ เขาค้อ แกแล็คซี่ และนั่นคือจุดกำเนิดของแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวตคนแรกของไทย และแชมป์โลกคู่แฝดคู่แรกของโลกที่ครองแชมป์โลกในเวลาเดียวกัน : เขาทราย-เขาค้อ)

สำหรับอนาคตของซานติอาโกนั้น เขายังคงจะชกในพิกัด 108 ปอนด์ ต่อไป เพราะยังมีตัวเลือกอีกมากมายในรุ่นไลต์ฟลายเวต
ผมต้องการไฟต์ล้มแชมป์ และก็ต้องการเข็มขัด The Ring ด้วย แต่ผมไม่ได้เล็งใครเป็นพิเศษนะ ถ้าจะรีแมตช์กับ โชกิจิ อิวาตะ (แชมป์โลก WBC คนปัจจุบัน ที่เคยเสียแชมป์โลก WBO ให้กับเขา) ก็พร้อม  หรือเจอกับแชมป์ IBF อย่าง เพชรโกศล กรีนซึดะ ที่จะชกวันที่ 13 เมษายนนี้ก็ได้ หรือว่าจะป้องกันแชมป์โลก 2 เส้นเดิมกับคนอื่นรองแชมป์โลกคนอื่นๆก็ได้เหมือนกัน
และซานติเอโกก็ได้ทิ้งท้ายว่า
อาชีพนักมวยมันสั้น ผมจึงอยากทำให้ดีที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ผมขึ้นชกถึง 3 ไฟต์ในปีเดียว

ถ้าอยากได้เข็มขัด The Ring เร็วๆ ซานติอาโกก็ต้องเลือกล้มแชมป์กับเพชรโกศล (หลังผ่านไฟต์วันที่ 13 เมษายนได้) เพราะปัจจุบันแชมป์ The Ring รุ่น 108 ปอนด์นั้นว่างอยู่ ส่วนตัวเขาก็เป็นรองแชมป์อันดับ 1 และเพชรโกศลเป็นรองแชมป์อันดับ 3 ถ้าชกกันจริงก็มีสิทธิ์ชิงแชมป์ The Ring ได้ตามกฎอยู่แล้ว ส่วนอิวาตะนั้นเป็นแค่รองอันดับ 5 ยังไม่มีสิทธิ์ในการชิงแชมป์ที่ว่างเส้นนี้แต่อย่างใด

Original Photo Credit: www.  
ใหม่กว่า เก่ากว่า