คาซุโตะ อิโอกะ เปิดใจครบทุกมุมก่อนชิงแชมป์โลกรุ่นที่ 5 — มั่นใจนี่คือช่วงพีค พร้อมพูดตรงๆถึง นาโอยะ อิโนอุเอะ
ผมไม่ได้อยู่ในจุดจะไปเทียบเขา
ก่อนศึกใหญ่วันที่ 2 พฤษภาคม ที่ โตเกียว โดม คาซุโตะ อิโอกะ อดีตแชมป์โลก 4 รุ่น วัย 37 ปี จาก ชิเซ บ็อกซิ่ง ยิม ที่จะขึ้นชิงแชมป์โลก WBC รุ่นแบนตัมเวตกับ ทาคุมะ อิโนอุเอะ เจ้าของตำแหน่งจาก โอฮาชิ ยิม โดยเจ้าตัวได้เปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเส้นทาง ความคิด และความเชื่อมั่นในช่วงปลายอาชีพของการชกมวย
เส้นทางสู่ความท้าทายครั้งใหม่: ยังอยากพิสูจน์ตัวเอง
หลังจากที่เขาต้องพ่ายแพ้แบบ 2 ไฟต์ติดให้กับ เฟอร์นันโด มาร์ติเนซ นักชกจากอาร์เจนตินา หลายฝ่ายมองว่าอิโอกะนั้นอาจที่จะถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพชกมวยแล้ว แต่เจ้าตัวยังยืนยันว่าเขายังไม่หมดไฟ และไม่รู้สึกว่าฝีมือตัวเองตกลง
ผมยังอยากชก ยังไม่มีเหตุผลต้องเลิก และไม่รู้สึกว่าตัวเองแย่ลง
อิโอกะ เผยว่า การตัดสินใจขยับรุ่นขึ้นสู่แบนตัมเวต ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนรุ่นเท่านั้น แต่มันคือการไล่ล่าแชมป์โลกเป็นรุ่นที่ 5 ซึ่งยังไม่เคยมีนักมวยชายชาวญี่ปุ่นคนไหนทำได้มาก่อน
โดยเขามองว่าหากหยุดแค่การเป็นแชมป์โลก 4 รุ่น มันก็อาจจะยังไม่ใช่บทสรุปที่ตัวเองต้องการ
เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ผมต้องลองไปให้สุด
จังหวะลงตัวสู่ไฟต์ประวัติศาสตร์
อิโอกะ ยอมรับว่า ไฟต์กับ ทาคุมะ อิโนอุเอะ เกิดขึ้นจาก จังหวะที่ลงตัวในทุกๆอย่าง ทั้งการขยับรุ่นของตัวเอง การที่ทาคุมะกลับมาครองแชมป์โลกอีกครั้ง และการจัดศึกใหญ่ที่ โตเกียว โดม
โดยเขามองว่าเวทีแห่งนี้ คือ เวทีที่ดีที่สุดในการพิสูจน์ตัวเองในทุกๆด้าน รวมไปถึงความท้าทายอีกด้วย
มุมมองชีวิต: ผลลัพธ์ไม่ใช่ทั้งหมด
แม้ยอมรับว่าผลการแข่งขันสำคัญ แต่อิโอกะเผยว่า เขามีมุมมองที่เปลี่ยนไปหลังความพ่ายแพ้ทั้ง 2 ครั้งสุดท้ายของเขา
ชนะหรือแพ้ ความสุขกับครอบครัวไม่ได้เปลี่ยน
เขาเล่าว่าหลังจบไฟต์ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ชีวิตของเขากับครอบครัวยังคงเหมือนเดิม ช่วงเวลาธรรมดาๆ เช่น เล่นน้ำกับลูก หรือกินแพนเค้ก ด้วยกัน มันก็ยังมีค่าเท่าเดิม
จากประสบการณ์นั้น ทำให้เขาเลือกที่จะไม่ให้ผลการแข่งขันมากำหนดชีวิต แต่ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อและสร้างเส้นทางใหม่ๆ
พัฒนาร่างกายและพลังหมัด: หมัดน็อคดีกว่าเดิม
สำหรับการขึ้นสู่รุ่นแบนตัมเวต อิโอกะเผยว่า เขาเน้นไปที่พัฒนาด้านกายภาพอย่างจริงจัง ทั้งการใช้ร่างกาย การออกแรง และคุณภาพของหมัดที่ปล่อยออกไป
และผลลัพธ์ก็คือ
- ความเร็วในการออกหมัดดีขึ้น
- พลังหมัดและความเฉียบคมเพิ่มขึ้น
- การเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผมรู้สึกว่าหมัดน็อคของตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม
เจ้าตัวย้ำว่า ไม่มีความกังวลเรื่องการปรับตัวในพิกัดใหม่อีกต่อไป
อายุ 37 ปี แต่ดีที่สุดในชีวิต
เมื่อถูกถามเรื่องอายุ อิโอกะตอบชัดว่าไม่ใช่ข้อจำกัด แม้อาจไม่สามารถซ้อมหนักได้เหมือนเดิมเหมือนเมื่อครั้งยังหนุ่ม แต่ประสบการณ์ทำให้เขาที่จะเลือกซ้อมอย่างมีคุณภาพมากขึ้น
ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองตกลงเลย
เขายังยืนยันด้วยความมั่นใจว่า ตอนนี้คือช่วงที่ดีที่สุดในอาชีพชกมวยของเขา
เกมกับ ทาคุมะ อิโนอุเอะ: ศึกแห่งรายละเอียด
อิโอกะ มองว่าไฟต์นี้จะตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นนักมวยเชิงสูงที่เน้นจังหวะและการอ่านเกม
โดยกุญแจแห่งชัยชนะที่สำคัญคือ
- ต้องไม่เสียจังหวะของตัวเอง
- ต้องไม่ปล่อยให้เกิดการสะสมของความผิดพลาดเล็กๆน้อย
- ต้องควบคุมเกมและแก้เกมให้ได้อย่างรวดเร็ว
เขาจะเตือนตนเองระหว่างชกว่า หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพลาดหรือถูกจับทางได้ ก็จะเข้าสู่วงจรของการเสียเปรียบทันที
ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่บุก และเมื่อไหร่ไม่ต้องบุก ห้ามรีบร้อน
บทเรียนจากไฟต์ ทาคุมะ อิโนอุเอะ vs เทนชิน นาสึกาวะ
อิโอกะ ยกตัวอย่างไฟต์ที่ ทาคุมะ อิโนอุเอะ ชนะ เทนชิน นาสึกาวะ
โดยเฉพาะการเปลี่ยนจังหวะของทาคุมะในยก 4 ที่ทำให้เกมพลิกกลับ
ดังนั้นเขาจึงเตรียมแผนที่จะรับมือในทุกสถานการณ์ และตั้งเป้าคุมจังหวะให้เป็นของตัวเอง
มุมมองต่อการให้คะแนน: ไม่จำเป็นต้องบุกตลอด
สำหรับระบบเปิดเผยคะแนนของ WBC ในยกที่ 4 และ 8 ระหว่างเกมการชกนั้น อิโอกะเองไม่กังวลในเรื่องนี้เลย เพราะเชื่อว่าการทำคะแนนนั้นมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น
- การเดินบุกเพื่อเก็บแต้ม
- หรือการดึงเกม รอจังหวะ และโต้กลับ
แค่ไม่โดนหมัด และทำให้อีกฝ่ายพลาด ก็เอาคะแนนได้เหมือนกัน
พูดตรงถึง นาโอยะ อิโนอุเอะ: ผมไม่ได้อยู่ในจุดจะไปเทียบเขา
เมื่อถูกถามถึง นาโอยะ อิโนอุเอะ พี่ชายของทาคุมะ อิโอกะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
เขาทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่าผม ผมจึงไม่ได้อยู่ในจุดที่จะไปแข่งขันเปรียบเทียบกับเขา
แม้อิโอกะจะมีความภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองสร้างมา แต่เขาก็เลือกที่จะโฟกัสเส้นทางของตัวเอง และมุ่งพิสูจน์คุณค่าในแบบของตัวเองเท่านั้น
ตำนานที่ไม่ยึดติดคำชื่นชม
แม้จะได้รับการยกย่องจากนักมวยรุ่นหลังว่าเป็นนักชกระดับ ตำนาน แต่อิโอกะย้ำว่า เขาไม่ได้ยึดติดกับคำชื่นชมเหล่านั้นเลย
สิ่งสำคัญคือการทำให้ตัวเองพอใจกับเส้นทางที่เลือก และรู้สึกว่าได้ทำเต็มที่แล้ว เท่านั้น
ปรัชญาชีวิต: อดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่ความหมายเปลี่ยนได้
อิโอกะ ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดที่สะท้อนตัวตนของเขาเอาไว้ว่า
อดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่ความหมายของมันเปลี่ยนได้
ดังนั้น ความพ่ายแพ้ต่อ เฟอร์นันโด มาร์ติเนซ จึงไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่พาเขามาถึงไฟต์สำคัญในครั้งนี้
เดิมพันครั้งสำคัญ
ศึกกับ ทาคุมะ อิโนอุเอะ ไม่ใช่แค่การชิงแชมป์โลกของทางอิโอกะเท่านั้น แต่มันคือโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์การเป็นแชมป์โลก 5 รุ่น ของเขา
อิโอกะยืนยันว่า เขาเตรียมตัวมาอย่างหนัก และพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างบนเวที
ตราบใดที่ยังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ผมก็จะทำให้เต็มที่เสมอ
Original Photo Credit: number.bunshun.jp

