เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดศึกมวยรายการ “The Ring V : Night of the Samurai” ขึ้นที่กรุงริยาดห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยคู่เอก นาโอยะ อิโนอุเอะ นาโอยะ แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต (จูเนียร์เฟเธอร์เวต) ที่ครองเข็มขัดครบทั้ง 4 สถาบันหลัก อย่าง WBA (Super), WBC, IBF และ WBO ขึ้นป้องกันตำแหน่งกับ อลัน ดาวิด ปิกาสโซ ผู้ท้าชิงรองอันดับ 2 ของ WBC จากเม็กซิโก ซึ่งซูเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ขาดลอย 120-108x2 และ 119-109 นั้น
แม้ว่าชัยชนะครั้งนี้ทำให้อิโนอุเอะป้องกันแชมป์โลก 4 สถาบันพร้อมๆกันได้เป็นครั้งที่ 6 (นับรวม 2 พิกัดรุ่น) ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของนักมวยชาย อีกทั้งยังสร้างสถิติใหม่ด้วยการชนะในไฟต์ชิงแชมป์โลกติดต่อกันถึง 27 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม หลังเกมการชกอิโนอุเอะกลับแสดงสีหน้าที่ไม่ดีนัก พร้อมกับพูดว่าสภาพจิตใจกับร่างกายของเขามันไม่สอดคล้องกันเลยในการชกไฟต์นี้ ซึ่งมีการพูดถึงกันว่าน่าจะมาจากบรรยากาศในสนามแข่งขันที่ริยาดห์ ปัญหาเรื่องผ้าพันมือก่อนชก รวมไปถึงความโหดของการขึ้นชกต่อเนื่องถึง 4 ไฟต์ในปีเดียว (2025) และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวลือออกมาเรื่อยๆถึงความเป็นไปได้เรื่องการขยับขึ้นสู่รุ่นเฟเธอร์เวตในเร็วๆนี้ ซึ่งทางอดีตแชมป์โลก WBC รุ่นแบนตัมเวต อย่าง "ซ้ายพระเจ้า" ชินสึเกะ ยามานากะ ได้ให้มุมมองเอาไว้ดังนี้
[อิทธิพลของบรรยากาศสนามที่มีผลต่อฟอร์มการชก]
นักข่าว: มองไฟต์ของอิโนอุเอะกับปิกาสโซอย่างไรบ้าง?
ยามานากะ: “แม้การชกจะจบด้วยการชนะคะแนน แต่ไม่ใช่ว่าอิโนอุเอะจะฟอร์มแย่ เพียงแต่ปิกาสโซทำได้ดีมากต่างหาก จริงๆแล้วอิโนอุเอะเหนือกว่ามากเกินไป แต่ปิกาสโซก็ไม่ใช่นักมวยที่แย่เลย เขาไม่ได้มาเพื่อวิ่งหนี แต่ตั้งการ์ดอย่างเหนียวแน่น และมีความตั้งใจชัดเจนว่าจะไม่โดนน็อคโดยเด็ดขาด ต่างจากคู่ชกบางรายในสมัยที่อิโนอุเอะยังชกอยู่ในรุ่นแบนตัมเวต ที่ถอดใจแล้วเอาแต่หนีเพียงอย่างเดียว”
นักข่าว: ทั้งคะแนนและรูปเกม ถือว่าอิโนอุเอะชนะขาดจริงๆใช่ไหม?
ยามานากะ: “เขาเก็บแต้มได้ในจังหวะที่ควรเก็บ คุมระยะได้ยอดเยี่ยม ไม่ผลีผลาม ค่อยๆวางเกมอย่างละเอียด และบางช่วงก็เร่งเกมดุดัน เพื่อหาจังหวะน็อคและเพื่อสร้างความหลากหลายในการชก”
นักข่าว: แต่เจ้าตัวกลับบอกว่ายังไม่พอใจผลงาน
ยามานากะ: “อาจเป็นเพราะแรงกระตุ้นของเขาไม่เต็มที่ด้วย และบรรยากาศในการชกที่ริยาดห์ก็น่าที่จะมีผลเช่นกัน มันไม่เหมือนทั้งที่ลาสเวกัสหรือญี่ปุ่น เพราะเสียงเชียร์ไม่ได้ดังกระหึ่มเหมือนแผ่นดินไหว แต่ทุกอย่างดูนิ่งๆไปเสียหมด”
นักข่าว: ตอนเดินเข้าสนามก็ดูเงียบจริงๆนะ
ยามานากะ: “จากประสบการณ์ตอนที่ผมยังชกมวยอยู่ บอกเลยว่าบรรยากาศในสนามนั้นมีผลกับฟอร์มการชกแน่นอน รายการนี้ใช้ชื่อ ‘The Ring V: Night of the Samurai’ เพราะมีนักมวยญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่พลังของคนดูกลับไม่ได้สูงอย่างที่คิด บรรยากาศที่ดูสงบเงียบเกินไปอาจจะไปลดสัญชาตญาณของนักสู้ หรือความดิบเถื่อนในตัวอิโนอุเอะลงบ้างเล็กน้อยก็ได้”
นักข่าว: ก่อนชกก็ยังมีปัญหาเรื่องการตรวจผ้าพันมือด้วย
ยามานากะ: “ได้ยินว่าทั้งที่ตกลงวิธีพันมือกันไว้แล้วในวันประชุมกติกา แต่วันแข่งขันจริงๆฝั่งคู่ชกกลับยื่นเรื่องร้องเรียนขึ้นมาในนาทีสุดท้าย การมีปัญหาแบบนี้ในช่วงที่ต้องโฟกัสสูงสุด ก็น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาบอกว่าจิตใจกับร่างกายไม่ตรงกัน”
[ความโหดของการชกปีละ 4 ไฟต์]
นักข่าว: ในปี 2025 อิโนอุเอะขึ้นชกถึง 4 ครั้ง คิดว่าจะมีผลกระทบด้านความล้าอย่างไรบ้าง?
ยามานากะ: “มีแน่นอนครับ ผมเองเคยชกในไฟต์ชิงแชมป์โลกปีละ 3 ครั้งแค่ครั้งเดียว ก็ยังรู้สึกว่ามากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว แต่เขานี่ 4 ครั้งต่อปีเลยเชียวนะ”
นักข่าว: ถ้ารวมการเตรียมตัวก็เป็นตารางที่โหดมาก
ยามานากะ: “ใช่ครับ ไม่ใช่แค่การคุมน้ำหนักอย่างเดียวนะ แต่จำนวนการลงนวมก็มหาศาลเช่นกัน ไฟต์หนึ่งน่าจะลงนวมอย่างน้อยเดือนครึ่ง ถ้าทำแบบนั้นปีละ 4 ครั้ง เท่ากับลงนวมไปแล้วรวมครึ่งปี แถมยังต้องซ้อมคู่กับนักมวยที่ตัวใหญ่กว่าอีก ความเหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจนั้นมันมากมหาศาลจริงๆ อีกอย่างไฟต์ล่าสุดนี้ก็คือไฟต์สุดท้ายของปีที่โหดมากด้วย ดังนั้นก็อาจที่จะมีความล้าสะสมมาก็เป็นได้”
นักข่าว: การชกปีละ 4 ไฟต์ ต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่งมากจริงๆ
ยามานากะ: “ถูกต้องครับ การซ้อมหนักระดับนั้นได้ถึง 4 รอบต่อปี ถือเป็นพรสวรรค์และเป็นเครื่องยืนยันของความแข็งแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้นักมวยระดับซูเปอร์สตาร์ อย่าง เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด ที่เพิ่งแขวนนวมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ยังเลือกชกปีละไฟต์เดียว แต่การขึ้นชกปีละ 4 ครั้งแบบนี้แทบไม่เคยมีในวงการมวยยุคนี้อีกแล้ว”
อ่านต่อตอนที่ 2/2: "ชินสึเกะ ยามานากะ" กับบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวโยงกับ "นาโอยะ อิโนอุเอะ" : ตอนที่ 2/2 [บทความ]
Original Photo Credit: NK Sports

