มิเอล ฟาฮาร์โด อดีตแชมป์ OPBF รุ่นไลต์ฟลายเวต คู่ปรับเก่าของ 'ไอ้หมาป่าสีดำ' เพชรโกศล กรีนซึดะ กลับมาขึ้นอุ่นหมัดไปแล้วเงียบๆ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่ได้ขึ้นชกมานานถึง 8 เดือน หลังจากไปพลาดท่าพ่ายให้กับ มฌันจา โยฮานา นักชกแทนซาเนีย ในการชิงแชมป์ WBO Global รุ่นฟลายเวตที่ว่าง เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน
โดยฟาฮาร์โดนั้นขึ้นอุ่นหมัดกับทาง มิลเลอร์ อะลาพอร์มีนา นักชกระดับพื้นๆ ที่ก่อนหน้านั้นมีสถิติชนะ 6 (4KO) แพ้ 5 และเสมอ 2 โดย 6 ไฟต์ล่าสุดนั้นแพ้ไป 4 ไฟต์ เสมอ 1 ไฟต์ และชนะหนเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังมีน้ำหนักขี่คู่ชกถึง 1.5 ปอนด์ อีกด้วย โดยฟาฮาร์โดนั้นชั่งได้ 118 ปอนด์ ส่วนคู่ชกของเขานั้นชั่งได้ 116.5 ปอนด์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนักเมื่อผลการชกออกมาว่า ฟาฮาร์โดนั้นเอาชนะน็อคไปได้ในยกแรก ด้วยเวลา 22 วินาที เท่านั้น
แม้ว่าหลังการชกจะมีเสียงเรียกร้องจากแฟนมวยบางส่วน ให้ฟาฮาร์โดหาโอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ฟลายเวต IBF จากคู่ปรับเก่าชาวไทย ที่แย่งแชมป์ OPBF ไปจากเขาเมื่อกว่า 16 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็มีหลายเสียงที่คัดค้านว่า หากแก้มือชิงแชมป์โลกกับเพชรโกศลนั้นก็เห็นทีผลจะลงเอยไม่ต่างจากไฟต์แรก ด้วยเพราะพิกัด 108 ปอนด์นั้นไม่เหมาะสมกับตัวเขาอีกต่อไปแล้ว ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อครั้งที่พบกับเพชรโกศลนั้น เขามาในสภาพที่ไม่เต็มร้อยและดูเรี่ยวแรงไม่ดีนัก เพราะว่าลดน้ำหนักมากจนเกินไปนั่นเอง
ผู้สันทัดกรณีบางรายกล่าวว่า น้ำหนักที่เหมาะสมของฟาฮาร์โดในตอนนี้นั้นควรจะเป็นการชกในพิกัด 112 ปอนด์ หรือ รุ่นฟลายเวต มากกว่า เพราะว่าไม่ต้องลดน้ำหนักมากนัก และคาดว่าเขาน่าจะทำผลงานได้ดี หากว่าได้ขึ้นชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวตกับ มาซามิจิ ยาบูกิ แชมป์โลก IBF ชาวญี่ปุ่น รวมไปถึง ริคารโด ซานโดบัล แชมป์โลก WBC และ WBA ชาวอเมริกัน ด้วยเช่นเดียวกัน
แม้ว่าปัจจุบันฟาฮาร์โดจะไม่มีอันดับโลกทั้ง 4 สถาบัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 108 หรือ 112 ปอนด์ ก็ตาม แต่ทาง ฌอง กิบบอน คนโตของ เอ็มพี โปรโมชั่นส์ ก็ได้ประกาศว่า เขาจะผนึกกำลังกับทาง เลนนอน ชอย แห่ง อาร์ซีที ฮ่องกง ผลักดันให้ฟาฮาร์โดกลับมาสู่เส้นทางของการลุ้นแชมป์โลกอีกครั้งให้ได้โดยเร็ว
Original Photo Credit: Viva Promotions