By Boxing-Boy

'ไอ้หนุ่มหมัดเมา' ไดโกะ ฮิกะ อดีตแชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวต  วัย 29 ปี จาก ชิเซ บ็อกซิ่ง ยิม มีโปรแกรมที่จะขึ้นชิงแชมป์โลก WBA รุ่นแบนตัมเวต กับ อันโตนิโอ วาร์กัส เจ้าของตำแหน่วัย 28 ปี ชาวอเมริกัน ในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ที่ โยโกฮาม่า บุงไต  นับเป็นไฟต์ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 ติดต่อกันของเขา ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่หาได้ยากมากในวงการมวย

ฮิกะกล่าวด้วยน้ำเสียงทีแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นว่า:
ส่วนตัวนั้นเชื่อว่าการชิงแชมป์โลกติดกันเป็นไฟต์ที่ 4 มันจะไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นผมต้องคว้าแชมป์ให้ได้ในการชกหนนี้

ส่วนทางด้านของ โนกิ โจจิ ผู้ฝึกสอนที่อยู่เคียงข้างฮิกะมาตลอด 11 ปี ก็ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า:
การชกไฟต์นี้จะเป็นไฟต์ที่ดีที่สุดใน 3 ไฟต์หลังสุดของฮิกะ สภาพจิตใจของเขาดีมาก บางทีการชกก็มีโอกาสจบลงได้ตั้งแต่ต้นเกมส์

แม้ว่าการชกชิงแชมป์โลกกับ โยชิกิ ทาเค (WBO) ทางฮิกะจะพ่ายคะแนน และไฟต์ชิงแชมป์โลกกับ เซยะ ซึซึมิ (WBA) นั้นจะเสมอกัน แต่การรูปเกมส์การต่อสู้ที่ดุเดือดที่เขาสามารถที่จะส่งคู่ชกลงไปให้กรรมการนับได้ ก็ยกระดับชื่อเสียงของฮิกะในฐานะผู้ท้าชิงที่แฟนอยากชมได้มาก

ฮิกะนั้นได้โอกาสในการชิงแชมป์โลกอีกครั้งหลัง เนื่องจากทางซึซึมิต้องพักฟื้นจากการผ่าตัดตาซ้าย และถูกเลื่อนขึ้นเป็นแชมป์โลกลาพัก หรือ WBA Champion in Recess ทำให้ทางวาร์กัสที่เดิมเป็นแชมป์เฉพาะกาลก็ได้ถูกเลื่อนขึ้นเป็นแชมป์โลกตัวจริงแทนที่ และจะต้องรับภาระในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกในไฟต์บังคับแทนไปด้วย ประกอบกับทาง ทาคูมะ อิโนอุเอะ อดีตแชมป์โลกคนเก่ายังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และทาง เทนชิน นาสึกาวะ ก็มีโปรแกรมขึ้นชกในเวลาใกล้เคียงกันพอดี ทำให้ตำแหน่งผู้ท้าชิงในไฟต์บังคับจึงถูกโอนมาเป็นเป็นของฮิกะโดยอัตโนมัติ

แม้ว่าคู่ชกก่อนหน้านี้จะเป็นเพื่อนรักหรือคนที่รู้จักกัน เช่น ทาเคนั้นเคยเป็นเป็นนักชกในค่ายเดียวกันของเทรนเนอร์โนกิ และซึซึมินั้นก็เป็นเพื่อนสนิทของตัวเขา แต่กับวาร์กัสซึ่งเป็นชาวอเมริกันที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ดังนั้นหลายฝ่ายจึงเชื่อว่าฮิกะจะสามารถที่จะออกหมัดเข้าใส่ได้อย่างเต็มแรง โดยที่ไม่ต้องมีความเกรงใจกันแต่อย่างใด แต่เจ้าตัวของฮิกะได้กล่าวยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า...
ถึงคู่ชกของผมจะเป็นเพื่อนกันก็ตาม แต่ผมก็ยังสามารถที่จะปล่อยหมัดเข้าใส่ได้อย่างเต็มแรงอยู่ดี แต่กับวาร์กัสที่พูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ ผมยิ่งไม่รู้จะกลัวอะไร เพราะเขาคิดอะไรอยู่ผมก็ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำ… ดังนั้นไม่ว่าผมจะชกชิงแชมป์โลกกับใคร ผมก็ต้องทำเต็มที่เสมอ

ไฟต์นี้ทางฮิกะนั้นได้เตรียมร่างกายมา
อย่างเต็มที่ ด้วยการซ้อมที่ว่ากันว่าโหดมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีการลงนวมถึงครั้งละ 18 ยก (แบ่งเป็น 3 เซต เซตละ 6 ยก) กับเพื่อนร่วมค่ายระดับแชมป์ รวมไปถึงการลงนวมแบบมาราธอนนาติต่อกัน 60–75 นาทีในทุกสัปดาห์ ทำให้ครั้งนี้เขาลงนวมไปแล้วมากกว่า 300 ยก อย่างไรก็ดีทางผู้ฝึกสอนได้มีวันให้เขาพักร่างกาย 2 วันต่อสัปดาห์เพื่อไม่ให้ร่างกายของเขานั้นล้ามากจนเกินไป

และในวันที่ฮิกะทำการซ้อมโชว์สื่อมวลชน ยังมีคำให้สัมภาษณ์จาก ไดยะ คิระ รองแชมป์โลกอันดับ 5 ของ WBA รุ่นไลต์ฟลายเวต คู่ลงนวมก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทางฮิกะว่า:
แม้ว่าผมจะใส่เฮดเกียร์ในเวลาที่ลงนวมกับเขา (ฮิกะ) ผมก็ยังได้แผลที่หน้าอยู่ตลอด หมัดเขาหนักมากๆแบบที่คู่ซ้อมอย่างผมไม่อยากที่จะขึ้นชกจริงๆกับเขาเลย

ส่วนเทรนเนอร์โนกิก็ได้พูดถึงศิษย์รักกับคนข่าวในวันเดียวกันนั้นว่า:
หมัดของเขามันไม่ได้มีแค่แรงเท่านั้น แต่มันเป็นหมัดที่ มีใจ ของเขาใส่ลงไป ซึ่งมันต่างจากเมื่อก่อนมาก
สำหรับทางวาร์กัสนั้นแม้เขาจะเคยเอาชนะ TKO โจนาธาน โรดริเกซ (ซึ่งเคยแพ้น็อคให้กับ เทนชิน นาสึกาวะ ในยกที่ 3) ในยก 7 โดยได้นับก่อนถึง 2 ครั้ง แต่ตัวเองเขาเองก็ถูกหมัดโอเวอร์เฮดขวาของโรดรเกซลงไปนับก่อน ซึ่งจุดนี้เทรนเนอร์โนกิมองว่า:
ถ้าหมัดแย็บของฮิกะทำงานได้ดี และคุมระยะห่างได้สักครึ่งก้าว วาร์กัสก็จะเข้ามาฮุคขวาที่เขาถนัดได้ไม่ถึง เราก็แค่จะต้องระวังหมัดตรงของเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และมันก็จะทำให้งานของเรานั้นง่ายขึ้น

หากฮิกะคว้าชัยในการชกครั้งนี้ได้ เขาก็จะกลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้งในรอบ 7 ปี 3 เดือน ซึ่งจะทำลายสถิติเดิมของ คัตสึนาริ ทาคายาม่า ที่กลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้งโดยเว้นระยะนาน 5 ปี 11 เดือน ซึ่งทางเทรนเนอร์โนกิก็เชื่อว่าสถิติของญี่ปุ่นในเรื่องนี้คงจะไม่มีใครที่จะมาลบล้างลงได้ เพราะมันคือสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่น่าจะเกิดได้ขึ้นอีก

นอกจากนั้นทางโนกิยังได้เล่าเพิ่มเติมว่า ตัวของเขาเองนั้นเคยไปขอคำแนะนำจาก ซึซึมุ ฮานางะตะ อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นฟลายเวต  ที่ปัจจุบันเป็นประธานของ ฮานางะตะ บ็อกซิ่ง ยิม ว่า ถ้าเขาจะสร้างนักชกคนหนึ่งให้เป็นแชมป์โลกได้อย่างไร ซึ่งเขาก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า: 
ทำยังก็ได้ให้เขาไม่เลิกชกก็พอ เพราะถ้าเขาไม่เลิกไปก่อน ยังไงสักวันหนึ่งมันก็มีโอกาสที่จะเกิดอะไรดีๆขึ้นได้แน่ 

โนกิได้ปิดท้ายการให้สัมภาษณ์ในวันที่ศิษย์เอกของเขาซ้อมโชว์สื่อว่า เขามีคติประจำใจที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก โยชิโอะ โคอิเดะ ผู้ฝึกสอน ของ นาโอโกะ ทาคาฮาชิ เจ้าของเหรียญทองมาราธอนหญิงในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปี 2000 ที่นครซิดนีย์ ที่ว่า 'ความพยายามที่มีความต่อเนื่องนั้นคือสมบัติอันล้ำค่าของคนทุกคน' ซึ่งเขาก็ได้นำมาปรับใช้ในการฝึกสอนลูกศิษย์ของเขาทุกคนมาโดยตลอด

แม้ว่าไฟต์ต่อไปที่อาจเกิดขึ้นหากว่าทางฮิกะเป็นแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวต WBA คนใหม่ได้สำเร็จนั้นก็คือ การรีแมตช์ชกรวบแชมป์กับ เซยะ ซึซึมิ แชมป์โลกลาพักเพื่อนรักอีกหน แต่แหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า ทาง WBA อาจจะสั่งให้คนชนะระหว่างวาร์กัสกับฮิกะไปรวบแชมป์กับ โนนิโต โดแนร์ จูเนียร์ อดีตแชมป์โลกหลายรุ่นคนดังชาวฟิลิปปินส์ วัย 42 ปี ซึ่งเพิ่งกลับมาชิงแชมป์เฉพาะกาลของรุ่นนี้ได้สำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ เพราะทาง WBA นั้นมักจะให้ความสำคัญในเรื่องของธุรกิจอยู่เสมอ ซึ่งทางฮิกะนั้นก็ได้เผยความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า...
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆก็สุดยอดไปเลย เขาอายุสี่สิบกว่าแล้วใช่ไหม ผมเองยังทำแบบเขาไม่ได้เลย แต่ถ้าหากว่าเขายอมเป็นกับเพื่อนผมก็คงจะดี เพราะเราจะได้ไม่ต้องชกกัน (หัวเราะ) แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับประธานของ WBA เท่านั้น เพราะเราทั้งคู่ก็เหมือนกับพนักงานของสถาบัน ที่จะต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของเราให้ดีที่สุดเหมือนกัน

ดังนั้นการชกของฮิกะที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ที่สังเวียน โยโกฮาม่า บุงไต อาจจะเป็นไฟต์ที่จะเปลี่ยนชีวิตของ ไดโกะ ฮิกะ ทั้งในแง่ของการสร้างประวัติศาสตร์ การพิสูจน์ตัวเอง และการไล่ล่าการชกไฟต์ใหญ่ของเขากับคู่ต่อสู้ระดับตำนาน อีกทั้ง
อาจจะเป็นโอกาสชิงแชมป์โลกครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขาด้วย ดังนั้นฮิกะจึงประกาศอย่างชัดเจนว่า:
ครั้งนี้ผมต้องชนะให้ได้

เรียบเรียงจากบทความของ 
www.ronspo.com ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568

Original Photo Credit: www.ronspo.com  
ใหม่กว่า เก่ากว่า