By: Boxing-Boy 

Photo Credit: Against The Ropes Podcast (ภาพนี้ไม่ใช่ขณะให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ เป็นภาพถ่ายเมื่อ 6 วันก่อน)

เมื่อประมาณ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา คาร์ลอส อัลฟาโร่ เลออง นักข่าวและผู้สันทัดกรณีในวงการกีฬาโดยเฉพาะหมัดมวยของสถานีวิทยุ Tu Nueva Radio และสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของนิการากัว ได้อัพโหลดคลิปที่เขาได้ทำการสัมภาษณ์ "แบม" เจสเซ่ เจมส์ โรดริเกซ ฟรังโก้ แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC ชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งคาดว่าการสัมภาษณ์นั้นก็น่าที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นานก่อนหน้านั้น ซึ่งแน่นอนว่าแฟนมวยชาวไทยทุกรายย่อมรู้ดีว่า นักชกหนุ่มวัย 22 ปีรายนี้นั้น กำลังมีโปรแกรมที่จะขึ้นป้องกันตำแหน่งหนแรกกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์เก่า 2 สมัย ชาวไทยในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ดังนั้นวันนี้เราจะมาถอดความและเรียบเรียงบทสัมภาษณ์นี้ให้แฟนมวยชาวไทยได้อ่านกัน ดังข้างล่างนี้...



แบมบอกว่าตอนที่เขารู้ตัวว่าจะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกที่่ว่างในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC กับ คาร์ลอส คัวดราส นั้น เขาก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก แต่ก็โชคดีที่เขานั้นสามารถที่จะจัดการกับความรู้สึกนี้ได้อย่างทันท่วงที และก็โชคดีที่เขาสามารถที่จะเค้นเอาฟอร์มการชกที่ดีที่สุดของตนเองออกมากได้ จนทำให้ประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์โลกมาครองได้ในที่สุด และหลังจากที่เขาได้เป็นแชมป์โลกแล้ว ชีวิตของเขานั้นก็เปลี่ยนไปมากทีเดียว ไม่ว่าเขาจะเดินทางไปไหนๆก็ตามก็มีแต่คนที่รู้จักเขาทั้งนั้น และอย่างที่ทุกคนรู้ว่าการชกไฟต์หน้าที่กำลังจะมาถึงนี้ของเขานั้นมันก็คือก้าวใหญ่อีกก้าวหนึ่งของเขา สำหรับการที่จะก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่ให้ได้ในอนาคตอันใกล้

แบมยังบอกอีกว่าแม้ว่าเทรนเนอร์ของเขาจะเคยออกมาบอกว่า คู่ชกคนต่อไปของเขานั้นสมควรที่จะเป็นทาง "ช็อคโกลาติโต้" โรมัน กอนซาเลซ ได้แล้ว และก็เชื่อด้วยว่าด้วยความสดใหม่ของตัวเขานั้นจะสามารถผ่านด้านหินอย่างกอนซาเลซได้นอน อย่างไรก็ตามเมื่อทางโปรโมเตอร์ผู้จัดได้ประกบให้เขาขึ้นป้องกันตำแหน่งหนแรกกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลกชาวไทย ในวันที่ 25 มิถุนายนที่กำลังจะมาถึงนี้นั้น เขาก็รู้สึกดีใจมากเช่นกันที่จะได้พบกับนักชกที่มากประสบการณ์ชาวไทยรายนี้ ที่เป็นหนึ่งในนักชกที่ดีที่สุดในพิกัดรุ่น 115 ปอนด์ในยุคปัจจุบัน




แบมเผยว่าตอนนี้เขาซ้อมหนักอยู่กับ โรเบิร์ต การ์เซีย เทรนเนอร์ประจำตัวของเขา แทบจะทุกๆวันเลยก็ว่าได้ เขารู้ดีว่าการชกกับอดีตแชมป์โลกชาวไทยนั้นจะเป็นการชกที่หนักหนาสาหัสของเขาอย่างแน่นอน แต่แน่นอนว่าการซ้อมอย่างต่อเนื่องนั้นจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นแน่ และแม้ว่าศรีสะเกษนั้นจะมีความแข็งแกร่งและหมัดหนักมากก็ตาม และเขาก็เชื่ออย่างหนึ่งว่าทักษะมวยของเขานั้นดีกว่านักชกไทยอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาเองจึงเชื่อว่าผลการชกนั้นจะต้องจบลงด้วยชัยชนะของตนเองในท้ายที่สุด

นักชกหนุ่มยังบอกด้วยว่า เขาได้ชมเทปการชกของศรีสะเกษกับทั้ง "ช็อคโกลาติโต้" และ ฮวน ฟรานซิสโก้ "เอล กัลโญ่" เอสตราด้า มาแล้วทุกๆไฟต์ สิ่งหนึ่งที่เขามองเห็นก็คือนักชกไทยนั้นไม่ค่อยที่จะมีฟุตเวิร์คเลยสักเท่าไหร่ ซึ่งแตกต่างจากตัวเขาที่มีในสิ่งนี้ที่ดี และนี่ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เขานั้นเอาชนะอดีตแชมป์โลกชาวไทยรายนี้ได้ อย่างไรก็ดีเขาไม่ได้มุ่งหวังว่าจะเอาชนะน็อคนักชกชาวไทยให้ได้แต่อย่างใด แต่หากว่าจังหวะเปิดให้เขาก็พร้อมที่จะปิดเกมอย่างนอน อย่างไรก็ตามเขาก็จะชกไปเรื่อยๆตามการแก้เกมของ โรเบิร์ต การ์เซีย เทรนเนอร์ของตน




แบมบอกว่าความจริงนั้นหากเขาไม่ได้เป็นนักมวย เขาเองก็อยากที่จะเป็นนักเล่นสเก็ตบอร์ด แต่การเล่นเสก็ตบอร์ดนั้นมันทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสี่ยงกับอุบัติเหตุอีกก็เลยเลิกเล่นไปในที่สุด แต่สำหรับการชกมวยนั้นมันอาจจะเป็นกีฬาที่ดูว่าอาจจะะทำให้เจ็บตัวได้ง่ายก็จริง แต่มันก็ไม่ได้เป็นการเจ็บตัวแต่ฝ่ายเดียว คู่ต่อสู้ของเขานั้นก็ต้องเจ็บด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีมวยนั้นก็ทำให้ตัวของเขานั้นเข้มแข็งขึ้นมาก และไม่มีการยอมแพ้หรือท้อถอยอะไรง่ายๆอีก ยกตัวอย่างเช่นตอนที่เขาเริ่มชกมวยสากลสมัครเล่นนั้น 3 ไฟต์แรกเขาแพ้มันรวด แต่เขาก็ไม่ย่อท้อและกลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งก้าวมาชกอาชีพแล้วเขาก็ยังไม่เคยแพ้ใคร และปัจจุบันใครต่อใครนั้นพากันเรียกเขาว่าเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดยุคนี้นั้น มันก็ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจเป็นอันมาก เพราะมันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ปัจจุบันจะมีแชมป์โลกที่ลืมตามออกมาดูโลกในปี 2000 เช่นเขาได้

สำหรับการที่ โจชัว ฟรังโก้ พี่ชายของเขาเองนั้น ปัจจุบันก็เป็นแชมป์โลกรุ่นเดียวกันของ WBA ด้วยนั้น แน่นอนมันก็อาจที่จะเหมือนว่ามีการแข่งขันกันอยู่บ้าง แต่จริงๆแล้วเราก็รักกันมาก และเขาก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นคู่พี่น้องแชมป์โลกรุ่นเดียวกันและในเวลาเดียวกันเหมือนที่เป็นอยู่ ซึ่งพี่ชายของเขานั้นก็กำลังจะได้ชกกับเอสตราด้าในเร็วๆนี้ ซึ่่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นการชกที่หนักอีกไฟต์หนึ่งของเขาอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับเขาที่จะต้องพบกับศรีสะเกษนักชกชาวไทยในไฟต์หน้า ก็จะเป็นไฟต์ที่หนักของเขาด้วยเช่นเดียวกัน แต่เขาเองก็โชคดีอยู่สักหน่อยที่จะได้ชกในซานอันโตนิโอบ้านเกิด ซึ่งตอนแรกนั้นเราสองคนนั้นหวังว่าจะได้ขึ้นชกที่นี่ด้วยกัน แต่สุดท้ายพี่ชายของเขาก็ต้องแยกออกไปชกอีกเวทีหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นไปตามวิถีทางของธุรกิจมวยโลก

แบมบอกอีกว่าการชกมวยนั้นมันก็คือการเสียสละในหลายๆอย่างๆในชีวิต เพราะว่านักมวยที่ดีทุกๆคนนั้นจะต้องอุทิศเวลาเกือบทั้งหมดเพื่อการฟิตซ้อมโดยเฉพาะในโรงยิม แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเราได้รับเช็คค่าตัวก็จะไม่รู้สึกเสียใจเลย เพราะตัวเลขที่น่าพิศวงที่เห็นอยู่ในเช็คมันก็คือเงินค่าเหนื่อยที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับการเสียสละทั้งหมดที่พวกเราได้ทำลงไป




สำหรับในการชกมวยอาชีพของเขา ณ ปัจจุบันนั้น เขาเองก็ต้องการที่จะพบกับนักชกชั้นดีอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการพัฒนาตัวของเขาเองด้วย และเขาก็หวังว่าสักวันหนึ่งเขาก็จะได้ชกกับนักชกชั้นยอดอย่าง "ช็อคโกลาติโต้" และ "เอล กัลโญ่" ที่เป็นสุดยอดของมวยในรุ่นเล็กๆในยุคนี้ ส่วนนักชกในปัจจุบันที่เขาชื่นชอบมากที่สุดก็คือ โนนิโต้ โดแนร์ จูเนียร์ เพราะมีชั้นเชิงที่ดี มีสปีดหมัดที่รวดเร็ว และหมัดก็คมและหนักก็ด้วย คู่ต่อสู้ของโดแนร์นั้นจะพลาดไม่ได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวจริง

สุดท้ายแบมบอกว่าเป้าหมายของเขาในการชกมวยนั้น แน่นอนว่าก็คือการเป็นเจ้าของแชมป์โลกในหลายพิกัดรุ่นและหลายๆตำแหน่ง บางทีหลังจากไฟต์กับศรีสะเกษเขาก็อาจจะลดรุ่นกลับไปล่าแชมป์โลกในพิกัด 112 ปอนด์ก็ได้ ซึ่งเขาเองนั้นก็ต้องการที่จะชิงแชมป์โลกกับ เรย์ มาร์ติเนซ แชมป์โลก WBC มากที่สุดและหลังจากได้เป็นแชมป์โลกรุ่น 112 ปอนด์แล้ว เขาก็อาจจะกลับมาชิงแชมป์โลกรุ่น 115 ปอนด์เส้นอื่นๆอีกก็ได้เช่นเดียวกัน


และนี่ก็คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของ "แบม" เจสเซ่ เจมส์ โรดริเกซ ฟรังโก้ แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC ชาวอเมริกัน ที่กำลังจะก้าวขึ้นป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ ศรีสะเกษ นคนหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลกชาวไทยในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายนนี้ ที่ Tech Port Center + Arena ในซานอันโตนิโอ, เท็กซัส, ประเทศสหรัฐอเมริกา บ้านเกิดของเขาเอง


ใหม่กว่า เก่ากว่า