By: Boxing-Boy 

Photo Credit: www.sponichi.co.jp 


มาซาโนริ ริกิอิชิ (มาซาโนริ ซาโตะ) น้องชายของ มาซามิจิ ยาบูกิ (มาซามิจิ ซาโตะ) อดีตแชมป์โลกรุ่นไลต์ฟลายเวตของ WBC นักชกในสังกัด มิโดริ ยิม คว้าเข็มขัดเส้นแรกมาคาดเอวได้สำเร็จแล้ว เมื่อเป็นฝ่ายต้อนแต้ม ทาคุยะ วาตานาเบ้ อดีตแชมป์เฟเธอร์เวต IBF Asia และ  WBO Asia-Pacific/WBO Oriental/OPBF Silver รุ่น 130 ปอนด์ ขาดลอย คว้าแชมป์ว่าง OPBF รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวตได้สำเร็จ ในวันนี้ (15 พ.ค. 65)



แม้ว่าริกิอิชิจะต้องลดน้ำหนักถึง 5 กิโลกรัมในช่วงโค้งสุดท้าย แต่เขาก็ไม่ได้ดูอ่อนล้าแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขายังสามารถที่จะออกหมัดแย๊บขวา หมัดซ้ายตรง หมัดฮุค หมัดอัปเปอร์คัต และหมัดตัดลำตัว ได้อย่างคล่องแคล่วและหนักหน่วง ก่อนจะโกยคะแนนเข้าป้ายหายห่วง 120-108 จากกรรมการทั้ง 3 ท่าน กลางเป็นแชมป์ OPBF รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวตคนใหม่ไปอย่างสบายๆ



หลังเกมการแข่งขันริกิอิชินั้นได้สะพายเข็มขัดแชมป์ OPBF เอาไว้ที่ไหล่ของเขา โดยไม่ได้นำมาคาดเอวแต่อย่างใด ซึ่งเขาก็ได้บอกถึงเหตุผลที่ทำเช่นนั้นบนเวทีว่า เอวของเขาถูกเว้นเอาไว้คาดเข็มขัดแชมป์โลกในอนาคตนั่นเอง



ริกิอิชินั้นบอกว่าเขากับพี่ชายมีความฝันร่วมกันว่า จะขอเป็นแชมป์โลกในเวลาเดียวกันให้ได้ในอนาคตข้างหน้านี้ ซึ่งทางยาบูกิผู้เป็นพี่ชายนั้นก็กำลังจะมีโปรแกรมกลับมาอุ่นเครื่องอีกครั้งหลังจากพลาดท่าถูกทาง เคนชิโร่ เทราจิ คู่ปรับเก่าน็อคเอาท์ในยกที่ 3 และแย่งแชมป์โลกรุ่นไลต์ฟลายเวตของ WBC กลับคืนไปได้สำเร็จ เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยยาบูกินั้นจะกลับมาอุ่นหมัดกับนักชกหนุ่มวัย 22 ปีจากประเทศไทย "ไอ้หมาป่าสีดำ" เพชรโกศล กรีนซึดะ เจ้าของแชมป์ประเทศไทย (PAT) และแชมป์สหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) ในรุ่นไลต์ฟลายเวต ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมเมืองคารินะ จังหวัดไอจิ ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ซึ่งทางยาบูกินั้นเคยกล่าวว่าเพชรโกศลนั้นมีสถิติที่สวยหรูมาก เพราะชนะรวดมา 23 ไฟต์ และเป็นชัยชนะก่อนครบยกถึง 21 ไฟต์ด้วยกัน ซึ่งถ้าเขาอยากจะกลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง เขาก็ต้องผ่านด่านอย่างเพชรโกศลไปให้ได้เสียก่อน



อนึ่ง 2 พี่น้องตระกูลซาโตะนั้นได้รับแรงบันดาลใจในการขึ้นชกมวยมาจากการ์ตูนเรื่อง "โจ สิงห์สังเวียน" หรือ "Ashita no Joe" ซึ่งตัวเอกของเรื่องนั้นก็คือ โจ ยาบูกิ และคู่ต่อสู้คนสำคัญของโจนั้นก็คือ โทรุ ริกิอิชิ ดังนั้น 2 พี่น้องจึงได้นำเอาชื่อสกุลของตัวการ์ตูนทั้ง 2 มาตั้งเป็นชื่อสกุลในการชกมวยของแต่ละคนนั่นเอง


ใหม่กว่า เก่ากว่า