By: Boxing-Boy 

Photo Credit: www.spectrumlocalnews.com 


เจสซี่ "แบม" โรดริเกซ ฟรังโก้ นั้นไม่ใช่นักมวยที่โดดเด่นมาตั้งแต่เริ่มแรก เพราะนักชกหนุ่มน้อยจากซานอันโตนิโอคนนี้นั้นขึ้นชกมวยสากลสมัครเล่น 3 ครั้งแรกนั้นแพ้รวดทั้งหมด แต่เขาก็ไม่ย่อท้อและพยายามที่จะฝึกหนักมากขึ้น และหลังจากนั้นเขาก็คว้าชัยชนะมาครองได้ตลอดมา จวบจนกระทั่งเทิร์นโปรชกมวยอาชีพด้วยปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นหนึ่งในนักชกมวยที่ดีที่สุดของโลกให้ได้

"ผมต้องการเป็นตำนาน ไม่เพียงแค่ในซานอันโตนิโอเท่านั้น แต่ผมจะต้องเป็นหนึ่งในนักชกระดับตำนานของกีฬามวยเหมือนกับ  ไมค์ ไทสัน และ มูฮัมหมัด อาลี ให้ได้"


โรดริเกซเริ่มชกมวยระดับอาชีพในปี 2018 (พ.ศ. 2561) 
และคว้าชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องได้รวม 15 ไฟต์ (10KO) ก่อนที่จะกลายเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในปัจจุบัน เมื่อคว้าแชมป์โลก WBC ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตมาครองได้สำเร็จเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการเอาชนะคะแนนอดีตแชมป์เก่าชาวเม็กซิกัน คาร์ลอส "เอล ปริ๊นซิเป้" คัวดราส ไปอย่างขาดลอย

"ผมรู้ว่าปีนี้จะต้องเป็นปีที่พิเศษของผมแน่ๆ ผมรู้ว่าชีวิตของผมจะต้องเปลี่ยนไป และรู้สึกว่าโชคชะตาจะเข้าข้างผมด้วย การฝึกหนักทั้งหมดของผม การเสียสละทั้งหมดของผม และทุกสิ่งที่ผมได้ทำ  ในที่สุดก็สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีในปีนี้" โรดริเกซกล่าว


ชัยชนะเหนือต่อคัวดราสนั้น ทำให้นักชกหนุ่มวัย 22 ปีกลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของซานอันโตนิโอ

"ทุกวันนี้ผมเห็นเข็มขัดแชมป์โลกอยู่ที่บ้านของผม ผมเองไม่อยากที่จะเชื่อเลยว่ามันเป็นความจริง ผมเคยฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้คาดเข็มขัดแชมป์โลกที่ไหล่หรือเอวของตัวเอง แต่ตอนนี้มันก็ตั้งอยู่ที่โต๊ะอาหารในบ้านแล้ว มันบ้าจริงๆ" นักชกหนุ่มสบถ


เมื่อเร็วๆนี้โรดริเกซนั้นได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติที่บ้านเกิดของตน หลังจากเขาที่เดินทางกลับมายังซานอันโตนิโอ มีแฟนมวยหลายร้อยคนมารวมตัวกันที่ร้าน El Pollo King (ร้านอาหารประเภทไก่สไตล์เม็กซิกัน) เพื่อที่จะต้อนรับแชมป์โลกคนใหม่ที่เดินทางกลับมาที่บ้านเกิดพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุข

"ทุกๆครั้งที่ขึ้นชกผมระลึกอยู่เสมอว่า มีชาวซานอันโตนิโอมากมายที่คอยหนุนหลังผมอยู่ ผมรู้ว่าทุกคนๆที่นี่นั้นสนับสนุนผมเสมอ ผมมีความสุขและภูมิใจมากจริงๆเกิดและเติบโตที่นี่ ผมไม่ต้องการที่จะเป็นคนที่อื่นเลยจริงๆ" หนุ่มน้อยกล่าวด้วยความภาคภูมิใจกับแฟนมวยในบ้านเกิดของตัวเขาเอง ที่มารอแสดงความยินดีกับเขาที่ร้านอาหารแห่งนี้ ที่เขากับ โจชัว ฟรังโก้ พี่ชายที่เป็นแชมป์โลกเช่นเดียวกันเดินทางมาในวันดังกล่าว 


โจชัวนั้นครองแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBA มาตั้งแต่ปี 2020 และความสัมพันธ์ของ 2 พี่น้องนั้นสนิทแนบแน่นกันมาก และมากเกินกว่าที่จะขึ้นชกล้มแชมป์โลกกันเองได้ในอนาคตแน่ๆ ซึ่ง "แบม" เองนั้นก็ได้พูดถึงพี่ชายของตนเองว่า "เมื่อผมเข้าค่ายซ้อมเขาก็อยู่ที่นั่นด้วย เขานอนข้างๆผม เขาออกวิ่งเป็นเพื่อนผมทุกๆวัน ความสัมพันธ์ของเราพี่น้องไม่เคยจืดจางเลย"

2 พี่น้องเป็นศิษย์เอกของ โรเบอร์โต้ การ์เซีย เทรนเนอร์ระดับตำนานคนหนึ่ง ซี่งยอดเทรนเนอร์ก็ได้กล่าวถึง 2 ศิษย์รักว่า "โจชัวเป็นแรงจูงใจแรกๆให้กับแบมในการชกมวย และตอนนี้พวกเขาทั้งคู่นั้นก็เป็นแชมป์โลกไปแล้วด้วยกัน มันก็อาจที่จะมีการการแข่งขันกันอยู่บ้างนิดหน่อยซึ่งเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ เพราะพวกเขาไม่ต้องการเป็นคนแรกที่เสียตำแหน่งก่อนอีกคน ดังนั้นพวกเขา 2 คนจึงซ้อมหนักมากขึ้นไปอีก" การ์เซียกล่าว

การชกไฟต์ต่อไปของโรดริเกซนั้นน่าที่จะเป็นช่วงเดือนมิถุนายนนี้  ซึ่งปัจจุบันเขาก็ยังซ้อมอยู่กับการ์เซีย โดยหมุนเวียนไปซ้อมยังโรงยิมหลายแห่งทั่วเมืองอลาโม

"ผมมั่นใจและพร้อมขึ้นชกกับใครก็ได้ ผมยังคงต้องฝึกหนักและพัฒนาตนเองต่อไป เพราะตอนนี้เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นของผมเท่านั้น ผมจะพัฒนาขึ้นได้ก็จากการฝึกฝนอย่างหนักเท่านั้น" โรดริเกซกล่าว

มีเมืองเพียงไม่กี่เมืองในสหรัฐอเมริกาที่มีประเพณีการชกมวยเหมือนกับซานอันโตนิโอ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของโรดริเกซเสมอมาที่จะพยายามสร้างจุดเด่นบนสังเวียนของตัวเองให้ได้

"ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นอนาคตข้างหน้าของตนเองนั้นว่าจะเป็นอย่างไร และผมก็พร้อมที่จะทำให้ชาวซานอันโตนิโอภาคภูมิใจในตัวของผมแล้ว" โรดริเกซทิ้งท้าย

อีกไม่นานก็จะทราบแน่ชัดว่า คู่ชกไฟต์หน้าของโรดริเกซนั้นจะเป็นทาง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC 2 สมัยชาวไทย อย่างที่โปรโมเตอร์คนดังเคยกล่าวถึงเอาไว้หรือไม่? 

ใหม่กว่า เก่ากว่า