Photo Credit: La Prensa Nicaragua
หลังจากที่ทางสภามวยโลกได้ออกมาสั่งให้ ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า แชมป์โลก WBC Franchise และ ซูเปอร์ เวิลด์ แชมเปี้ยน WBA รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ชาวเม็กซิกัน ให้ขึ้นป้องกันแชมป์ภาคบังคับของสภามวยโลกกับ โรมัน กอนซาเลซ แชมป์ WBC Diamond รุ่นเดียวกัน และอดีตแชมป์โลก 4 รุ่นชาวนิการากัว โดยผู้ชนะของคู่นี้นั้นจะต้องขึ้นชกกับแชมป์โลกปกติในเวลานั้นของ WBC ต่อไป (ซึ่งเวลานี้ก็คือ เจสเซ่ โรดริเกซ ฟรังโก้) ซึ่งกรณีนี้ทาง LPN สื่อดังของนิการากัวได้ออกมาระบุว่า นั่นก็คือแผนของทางสถาบันที่ต้องการที่จะทำให้แชมป์โลกในรุ่นพิมพ์นิยมในปัจจุบันรุ่นนี้ เหลือเพียงแค่ 1 เดียวเท่านั้นแชมป์ และเชื่อว่าทางสถาบันนั้นคิดมาเป็นอย่างดีแล้วสำหรับเรื่องนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้ง ฮวน ฟรานซิสโก้ "เอล กัลโญ่" เอสตราด้า และ โรมัน "ช็อคโกลาติโต้" กอนซาเลซ นั้น ต้องการที่จะพบกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อชิงความเป็นเต้ยของรุ่น 115 ปอนด์นี้ เพราะการชกในครั้งที่ 3 ของทั้งคู่นี้นั้นจะเป็นไฟต์ที่ทำรายได้ให้กับทั้งคู่มากที่สุดในชีวิตการชกมวยของพวกเขา โดยตอนนี้นั้นทางกอนซาเลซนั้นพร้อมอยู่ทุกเมื่อในการที่จะขึ้นชกในไฟต์นี้ ส่วนเอสตราด้านั้นก็ยังคงรอให้ร่างกายฟื้นตัวจากการป่วยด้วยโรค COVID-19 เป็นหนที่ 2 เสียก่อน อย่างไรก็ดีเขานั้นก็ยังคงมีภาระในการป้องกันแชมป์ในภาคบังคับของ WBA กับ โจชัว ฟรังโก้ แชมป์โลกปกติของรุ่นนี้สถาบันนี้ชาวอเมริกันอยู่อีกอย่างหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าทางสภามวยโลกนั้นก็ยังคงที่จะต้องผลักดันให้ทาง เจสเซ่ "แบม" โรดริเกซ ฟรังโก้ นั้น ขึ้นชกป้องกันแชมป์โลกปกติของสถาบันไปก่อนในช่วงนี้ เพราะเนื่องจากทางเอสตราด้าที่เป็นแชมป์โลก WBC Franchise อยู่นั้นยังไม่พร้อมที่จะขึ้นชกในเร็วๆนี้เนื่องจากปัญหาในเรื่องของสุขภาพของเขา และเมื่อถึงเวลาที่ทั้งแชมป์โลก Franchise และแชมป์โลกปกติพร้อม ทางสภามวยโลกก็จะให้ทั้งคู่มาชกพิสูจน์แชมป์โลกให้เหลือเพียงคนเดียวต่อไป
แต่ดูเหมือนว่าทางโปรโมเตอร์เอ็ดดี้ เฮิร์น นั้น ต้องการที่จะจัดคู่พี่น้องฟรังโก้ขึ้นชกในรายการเดียวกันที่ซานอันโตนิโอ ในช่วงเดือนมิถุนายน โดยประมาณ โดยทางฟรังโก้ผู้พี่ได้ถูกวางตัวเอาไว้ให้ชกในภาคบังคับของสมาคมมวยโลกกับเอสตราด้า ส่วนฟรังโก้ผู้น้องนั้นก็จะป้องกันแชมป์โลกภาคบังคับของสภามวยโลกกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น รองแชมป์โลกอันดับ 1 และอดีตแชมป์โลก 2 สมัยชาวไทย ซึ่งดูๆไปแล้วก็อาจจะแปลกอยู่สักนิดในแง่ของฝั่ง WBC เพราะถ้าทางเอาตราด้านั้นร่างกายพร้อมที่จะขึ้นชกได้ ก็ควรที่จะชกกับโรมันเป็นภาคที่ 3 ไปเลยตามคำสั่งของ WBC หรือเปล่า?
แต่ก็เชื่อเถอะว่าการที่เอสตราด้านั้นป้องกันแชมป์ภาคบังคับของ WBA ไปก่อนแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะทางสภามวยโลกนั้นก็จะได้ค่าแซงก์ชั่นของแชมป์ WBC Franchise ไปด้วย จบจากไฟต์นี้แล้วค่อยมาชกภาคบังคับของ WBC กับโรมันอีกทีก็ยังไม่สาย (ถ้าเอสตราด้าไม่แพ้โจชัวไปเสียก่อน) ส่วนทางเจ้าหนูแบมนั้นถ้าผ่านศรีสะเกษไปได้ก็ไปชกป้องกันตำแหน่งกับใครอีกคนไปก่อน แล้วหากชนะก็มาชกกับผู้ชนะระหว่าง เอสตราด้า-โรมัน 3 เพื่อหาแชมป์โลกของ WBC ในพิกัด 115 ปอนด์นี้เพียงคนเดียวต่อไป
แต่ถ้าแบมแพ้อดีตแชมป์โลกชาวไทย การเปิดศึกภาค 3 ของศรีสะเกษกับผู้ชนะระหว่าง เอสตราด้า-โรมัน 3 นั้น ก็คงจะทำรายได้เข้าสถาบันได้มากไม่น้อยเหมือนกัน
นี่อย่าให้โจชัวท็อปฟอร์มชนะทั้งเอสตราด้าและโรมัน พร้อมๆกับน้องชายเจซเซ่ชนะศรีสะเกษก็แล้วกัน เพราะคู่พี่น้องกันโอกาสที่จะขึ้นชกกันเองนั้นก็คงจะเป็นไปได้ยากมากถึงมากที่สุดอย่างแน่นอน (ก็แม่ไม่ปลื้มแน่ๆ)
เขาว่าสภามวยโลกคิดมาอย่างดีแล้ว แต่จริงๆมันก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่วาดภาพเอาไว้ในใจก็ได้ ใครจะไปรู้
